ศัลยกรรมปลูกผม

MILLION HAIR TRANSPLANT

การปฏิบัติตัวก่อนการปลูกผม

  • กรุณาแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้าถ้าท่านมีอาการแพ้ยา
  • ควรงด รับประทานยาต้านเกร็ดเลือด 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เช่น พลาวิกซ์ (Plavix) แอสไพริน (Aspirin) หรือยาที่ส่วนผสมของแอสไพริน วิตามินอี (Vitamin E) น้ำมันตับปลา (Fish oil) เนื่องจากยาดังกล่าวจะทำให้เลือดไม่แข็งตัว หยุดยาก แต่ท่านควรรับประทานยาประจำตัวอย่างต่อเนื่อง จนกว่าแพทย์จะสั่งให้ท่านหยุดยา
  • หากท่าน เป็นความดันโลหิตสูงและรับประทานยาอยู่ กรุณาแจ้งแพทย์ประจำตัวของท่านเพื่อหยุดยาในกลุ่ม เบต้าบลอกเกอร์(Beta blocker) และเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ เพราะจะมีผลต่อยาชาฉีดเฉพาะที่ (Xylocainc)
  • งดเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  • ท่านสามารถรับประทานอาหารเช้าได้แต่ไม่ควรมากเกินไป งดเว้นชา กาแฟ
  • รับประทานยาฆ่าเชื้อ 1 ชั่วโมง ก่อนมาถึงคลินิก หากท่านไม่ได้รับยาไปล่วงหน้าสามารถมารับประทานยาที่คลินิกได้
  • หากท่านมีอาการไข้กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • ห้ามขับรถมาเองในวันที่ทำการผ่าตัด
  • ห้ามนำของมีค่ามาในวันที่ทำการผ่าตัด เพราะหากจะเกิดการสูญหายทางคลินิกจะไม่รับผิดชอบ
  • ควรมาให้ถึงคลินิกตามเวลาที่นัดหมาย
  • หากท่านต้องการทำสีผมหรือย้อมผม ควรทำล่วงหน้าก่อนการผ่าตัด 1 – 2 วัน เพราะหลังจากผ่าตัดปลูกผมแล้วห้ามทำสีผมเป็นเวลา 1 เดือน
  • หากท่านต้องการตัดผมสามารถทำได้ แต่ควรเหลือผมไว้ปิดแผลบริเวณท้ายทอยอย่างน้อย 1 นิ้ว
  • วันที่ผ่าตัดและหลังวันที่ผ่าตัด 2 -3 วัน ควรสวมเสื้อเชิ้ต เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกราฟที่ปลูกผม
  • ในวันผ่าตัดท่านต้องนำหมวกหลวมๆ มาด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการผ่าตัดจะใช้เวลานานซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลียได้หากนอนหลับไม่เพียงพอ
  • ท่านจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ HIV (AIDS) ก่อนการปลูกผม ซึ่งทางเราจะให้บริการกับท่านในวันปลูกผม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย คลินิกเราไม่รับปลูกผม ในคนไข้ที่ติดเชื้อ HIV (AIDS)
ข้อแนะนำ
  • หากท่าน มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การทำงานของตับ (LFT) การทำงานของไต (BUN, CR) ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) หากท่านมีประวัติเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกตามไรฟัน, เลือดหยุดยาก , แปรงฟันแล้วมีเลือดออก ควรตรวจคุณสมบัติความแข็งตัวของเลือด (PT, PTT) เพื่อประเมินความปลอดภัยของการผ่าตัด แต่ถ้าหากท่านมีผลการตรวจร่างกายดังกล่าวไม่เกิน 1 เดือน สามารถนำมาใช้ประเมินได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของท่าน
  • ถ้าท่านมีโรคประจำตัวแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาโรคประจำตัวของท่านก่อนการผ่าตัด