หน้าตาดีแล้วไง? แต่หัวล้าน...ก็จบ!! ปลูกผมช่วยคุณได้

ในปัจจุบันรูปร่างหน้าตาถือเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะคนที่ทำงานติดต่อพูดคุยกับลูกค้าอยู่เป็นประจำถือว่าเป็นหน้าต่างสำคัญเข้าสู่ประตูสู่หัวใจของคู่สนทนาเป็นอย่างดี นอกจากรูปร่าง หน้าตาแล้วยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่ช่วยเสริมบุคลิกเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น คือ เส้นผมแข็งแรง ผมหนาไม่บาง สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยทำให้เสริมบุคลิกภาพให้ดูดีมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนรักสุขภาพ แต่ในบางครั้งเราก็ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้วแต่ทำไมผมถึงยังขาดหลุดร่วง ซึ่งจริงๆมาจากหลายสาเหตุ เช่น จากพันธุกรรม แพ้ยาสระผม แพ้สารเคมีบางอย่าง หรือแม้กระทั่งอาหารการกินก็สำคัญเช่นเดียวกัน เราควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ


เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่จะไม่ค่อยประสบปัญหาผมบางสักเท่าไหร่แต่พอเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ทำไมผมดูบางลง ผมบางเป็นง่าม ไม่ดกหนาเหมือนแต่ก่อน บางคนถึงขั้นหัวล้านไปเลยก็มีซึ่งทำให้ศูนย์เสียความมั่นใจเป็นอย่างมาก ไม่ค่อยมั่นใจเมื่อต้องไปพบเจอพูดคุยกับผู้คน จึงทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวลและหันไปปรึกษาแพทย์ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เนื่องจากแพทย์เฉพาะทางสามารถแนะนำและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด การที่คุณหมอจะตัดสินใจให้คนไข้รับการผ่าตัดปลูกผมหรือไม่ต้องผ่าตัดนั้น คุณหมอจะวิเคราะห์ข้อมูลจาก

1.ประวัติทางการแพทย์

2.การตรวจทางร่างกาย

3.การตรวจหนังศีรษะ

การตรวจเพื่อหาสาเหตุและการลุกลามของผมร่วงอาจประกอบด้วยการทดสอบใดๆ ต่อไปนี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่แพทย์ต้องการ

  • การถอนเส้นผม ผมประมาณ 25 ถึง 50 เส้นจะถูกถอนอย่างนุ่มนวล โดยปกติแต่ละครั้งจะถอนเพียง 2-3 เส้น ถ้ามีการ ถอนครั้งละหลายเส้นแสดงว่าเส้นผมมีการขึ้นที่ผิดปกติ เส้นผมที่ได้มาจะนำไปตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูสภาพของเส้นและบริเวณราก
  • Phototrichogram ผมจะถูกตัดหรือโกนออกในบริเวณที่กำหนด แล้วถ่ายภาพไว้เป็นเวลาสามถึงห้าวันติดต่อกัน เพื่อหาอัตราและคุณภาพของการงอกของเส้นผม
  • หน้าต่างผม (hair window) ผมจะถูกตัดหรือโกนในบริเวณที่กำหนด แล้วสังเกตการงอกของผมในช่วงระยะเวลา 30 วัน ความผิดปกติของวงจรการขึ้นของเส้นผมสามารถชี้ให้เห็นถึงสภาวะที่ซ่อนอยู่ เช่นความไม่สมดุลของฮอร์โมนไธรอยด์ การขาดสารอาหาร ผลข้างเคียงของยา อาการเจ็บป่วยของร่างกายโดยรวม รวมทั้งสภาวะเฉพาะของเส้นผมเช่น Telogen Effluvium
  • การตรวจชิ้นเนื้อหนังศีรษะ (Scalp Biopsy) มักจะทำเฉพาะเมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องการข้อมูลที่จะได้จากการ ตรวจชิ้น เนื้อเท่านั้น เช่นสภาวะที่มีผลกับรากผม การตรวจชิ้นเนื้อไม่มีความจำเป็นสำหรับคนไข้ส่วนใหญ่ที่รับการตรวจ อาการ ผมร่วงหรือฟื้นฟูเส้นผม การตรวจชิ้นเนื้อที่ทำเพื่อการรักษาผมร่วงไม่มีความเกี่ยวข้องกับการตรวจ ชิ้นเนื้อ เพื่อวินิจฉัยโรค มะเร็ง
  • การตรวจเส้นผม (Hair Shaft Evaluation) การตรวจเส้นผมที่ถอนออกมาด้วยกล้องจุลทรรศน์ทำให้พบความผิดปกติ และการติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมขาด ร่วง หรือยุ่งกระเซิง
  • การวิเคราะห์เส้นผม (Hair Analysis) การตรวจสอบขั้นสูงในห้องปฏิบัติการซึ่งสั่งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาผม ร่วง สามารถให้ข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงเช่น (1) องค์ประกอบของโปรตีนในเส้นผมที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากความผิดปกติที่ ถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือ (2) ยาหรือการปนเปื้อนโลหะหนัก การวิเคราะห์เส้นผมไม่มีความสำคัญในการวินิจฉัย โรคต่างๆ ในร่างกายหรือสภาวะทางโภชนาการ ซึ่งแตกต่างจากคำกล่าวอ้างของ "ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์เส้นผม" ที่ไม่ใช่แพทย์
คนส่วนใหญ่ที่มารับการรักษาผมร่วงมีอาการร่วงในรูปแบบของชายหรือหญิง ซึ่งเป็นอาการวินิจฉัยและรักษาได้ไม่ยาก และมักไม่จำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
เมื่อคุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าคนไข้ท่านนี้ควรได้รับการผ่าตัด วิธีรักษานี่ก็คือ การปลูกผม ในปัจจุบันมีการปลูกผมหลายรูปแบบคิดอยู่กับความต้องการของลูกค้า

ศักยกรรมปลูกผม มีทั้ง 3 แบบ

1. ศัลยกรรมปลูกผมแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation) หรือ Strip Harvest Technique


คือ เทคนิคมาตรฐานในการทำศัลยกรรมปลูกผม และยังเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมจากศัลยแพทย์ปลูกผมทั่วโลก โดยจะเป็นการตัดเอาชิ้นหนังศรีษะด้านหลังซึ่งมีรากผมที่แข็งแรง ซึ่งแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ คล้ายเส้นด้าย ส่วนความยาวจะขึ้นอยู่กับขนาดชิ้นเนื้อที่ต้องการ วิธีต้องใช้เวลาพักฟื้นที่ยาวสักหน่อย เพื่อต้องรอให้บาดแผลที่เย็บนั้นปิดสนิท และนอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

2. ศัลยกรรมปลูกผมแบบ FUE ( Follicular Unit Extraction or Excision )


คือเทคนิคในการทำศัลยกรรมปลูกผมที่ไม่ต้องผ่าตัดชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายเข็มฉีดยาปลายตัดเจาะเก็บรากผม ทำให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆกระจายทั่วบริเวณศีรษะด้านหลัง ดังนั้นศัลยกรรมปลูกผมแบบ FUE จึงไม่ใช่การทำศัลยกรรมปลูกผมที่ไร้แผลเป็น ขนาดของเข็มที่ใช้เจาะเก็บรากผมมีขนาดเล็กตั้งแต่ 0.8 มม. ถึง 1.2 มม. โดยศัลยแพทย์จะทำการเลือกขนาดของเข็มให้เหมาะสมกับขนาดของรากผมที่จะทำการเจาะเก็บ ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด ก็คงจะไม่ใช่ เพราะถ้าเป็น Surgery ยังไงก็ถือว่าเป็นการผ่าตัดอยู่ดี แต่การปลูกผมด้วยวิธีนี้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดจากการติดเชื้อ

3. โดยใช้หุ่นนยต์เต็มรูปแบบ (the ARTAS® Robotic Procedure)


เป็นการพัฒนาล่าสุดของการปลูกผม นั่นก็คือ หุ่นยนต์ปลูกผมที่เรียก ARTAS เป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เจาะผม โดยคนไข้จะต้องถูกล็อคกับเครื่องมือ จึงมีความสามารถแม่นยำกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดสั้นกว่าแบบอื่นๆ แต่มีข้อเสียเรื่องราคาที่มีราคาค่อนข้างสูง

 

วิธีคำนวณราคาสำหรับศัลยกรรมปลูกผม ( FUT , FUE )

การคำนวณราคาสำหรับการปลูกผม คิดจากจำนวนกราฟที่ต้องการใช้โดยวาดแนวพื้นที่ที่จะทำการปลูกผม วัดขนาด และวางแผนการปลูกโดยคิดความหนาแน่นตามตำแหน่ง การวัดขนาดพื้นที่


ก่อน&หลัง ทำศัลยกรรมปลูกผมแบบ FUT ผ่าตัด 3,400 กราฟ (ผลลัพธ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงในแต่ละบุคคล)


ก่อน&หลัง ทำศัลยกรรมปลูกผมแบบเจาเก็บรากผม FUE ผ่าตัด 3,000 กราฟ (ผลลัพธ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงในแต่ละบุคคล)

เห็นกันหรือยังคะ แค่มีผมหนา ดก ไม่บาง ก็สามารถทำให้เราดูดีขึ้นได้แล้ว ถ้าให้อธิบายแบบความเข้าใจง่ายๆ “มงกุฏในหน้าคือคิ้ว มงกุฏศรีษะคือผม” เพราะฉะนั้นการสวมมงกุฎต้องสวมที่ดี แล้วก็เลอค่า ดังนั้นผมทำให้เราเปลี่ยนชีวิตได้มาก ทำให้เราเป็นคนใหม่มากขึ้น!


นุ้ย นฤพนธ์ พันธุไพโรจน์ (ผู้โชคดี “MHC ทำดีดูดี Season 2”
 
ทั้งนี้ก่อนที่เราจะตัดสินใจศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมเล็กหรือใหญ่ ควรศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูล ให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานสากลโลก ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และอื่นๆ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆคุณอาจจะเสียโฉมไปตลอดชีวิต...